การหาที่พักด้วยตัวเองในประเทศอังกฤษ

Show your friends! Gb Read this in English
เกร็ดเล็กๆน้อยๆในการหาบ้านเช่าอยู่เองที่อังกฤษ อยู่ดีๆ ก็เกิดปิ๊งไอเดียอยากเขียนเกี่ยวกับการหาบ้านเช่าที่อังกฤษ เนื่องจากช่วงนี้ใกล้ฤดูหาบ้านเช่าสำหรับนักเรียนผู้เขียนเลยรวบรวมเอาเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ในการหาบ้านเช่าด้วยตนเอง เผื่อไว้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มิได้จองหอพักในมหาวิทยาลัยหอพักเอกชน หรืออยากสัมผัสประสบการณ์การเช่าบ้านอยู่ด้วยตนเองค่ะ ก่อนอื่นเราเริ่มด้วยการเสาะหาแหล่งประกาศโฆษณาบ้านเช่าหรือแฟลตให้เช่าต่างๆ  ซึ่งคุณสามารถหาข้อมูลได้จากทั้งใน website หรือตามหน้าหนังสือพิมพ์ค่ะ แหล่งข้อมูลในการค้นหาบ้านเช่า หรือโฆษณาบ้านเช่าต่างๆ
  1. Website หาบ้านเช่าต่างๆ เช่น http://loot.com/property(London), http://www.rightmove.co.uk/(all UK regions), http://www.accordproperty.co.uk/(Birmingham), http://www.fleetmilne.co.uk/(Birmingham), www.studentpad.co.uk/liverpool(Liverpool) เป็นต้น
  2. http://www.accommodationforstudents.com/ และ http://www.studentpad.co.uk/ website เหมาะสำหรับนักเรียนมากๆค่ะ เพราะมีทั้งข้อมูลหอพักเอกชน, hostels และโฆษณาบ้านเช่าต่างๆ
  3. Housing Agents ต่างๆ คุณสามารถพบเจอ housing agentsเหล่านี้ได้แทบจะทุกถนน คุณต้องมองหา agentที่ให้เช่าบ้านสำหรับนักเรียนด้วย โดยสามารถเข้าไปสอบถามโดยตรงได้ว่าที่ agent แห่งนั้นทำ property สำหรับนักเรียนหรือเปล่า ถ้าเป็นagent ที่รับหาบ้านสำหรับนักเรียน เขาจะมี list ของแฟลตหรือบ้านเช่าต่างๆให้คุณ และบาง agentอาจจะมีการเก็บค่าดำเนินการประมาณ £70-£100 ความสะดวกสบายที่ได้รับคือ agent จะจัดหารายนามบ้านเช่าคุณภาพดีตรงตามความต้องการของเราเป๊ะๆ เพื่อช่วยเราประหยัดเวลาและความเหนื่อยยากในการเยี่ยมชมบ้าน
  4. สอบถามที่ Accommodation Office ที่มหาวิทยาลัยหรือสถาบันที่คุณศึกษาอยู่ เจ้าหน้าที่จะมีรายนามของ house share/ flatshare, หรือรายนาม agent บ้านเช่าสำหรับนักเรียนที่เชื่อถือได้ โดยมาก list เหล่านี้จะเป็น นักเรียนในมหาวิทยาลัยมาลงประกาศหาคนแชร์บ้าน หรือ landlord ที่มีห้องให้นักเรียนเช่าเป็นแบบ bedsit เป็นต้น ราคาส่วนใหญ่จะเป็นราคานักเรียนซึ่งไม่แพงเกินไปนัก
เมื่อเปิดหาโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารเกี่ยวกับบ้านต่างๆ แล้ว คุณอาจจะพบเจอกับคำย่อแปลกๆ เหล่านี้ เช่น pcm, w/f, ff, db ฯลฯ โปรดอย่าตกใจว่านี่เป็นสูตรเคมีหรือสูตรคำนวนฟิสิกส์หรืออะไร หากแต่นี่เป็นคำย่อที่บ่งบอกลักษณะคร่าวๆ ของแฟลตหรือบ้านนั้นๆ ว่า มีกี่ห้องนอน มีเฟอร์นิเจอร์อะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ ทั้งนี้ผู้เขียนจะขอสรุปคำที่เรามักพบเจอบ่อยๆ ในโฆษณาหาบ้านดังนี้ค่ะ คำศัพท์เกี่ยวกับการหาบ้านต่างๆที่ควรรู้ pcm = per calendar month: ราคาต่อเดือน pw = per week: ราคาต่อสัปดาห์ pppw = per person per week: ราคาต่อ 1 คนต่อสัปดาห์ F/F, FF = fully furnished: ตกแต่งสมบูรณ์ มีเฟอร์นิเจอร์ครบ เช่น เตียง ฟูก ตู้ครัว ฯลฯ U/F, UF = unfurnished: ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ เป็นห้องเปล่าๆ Partly furnished= มีเฟอร์นิเจอร์แค่บางชิ้น เช่น มีครัวให้ แต่อาจจะไม่มีเตียง โซฟา หรือตู้ให้ W/M = washing machine แสดงว่าที่แฟลตนี้มีเครื่องซักผ้าให้ด้วย Amenities = สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ป้ายรถเมล์ สถานีรถไฟ สถานีรถไฟใต้ดิน ซุปเปอร์มาร์เก็ต ฯลฯ เช่น close to all amenitiesแปลว่าใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ Incl. =inclusive bills, bills included: ราคาค่าเช่ารวมน้ำไฟและแก๊สแล้ว โดยมากราคานี้จะไม่รวม internet กับ โทรศัพท์ และ tv license เช่น utilities incl. Excl. = exclusive bills, bills excluded: ราคาค่าเช่าไม่รวมสาธารณูปโภคต่างๆ และอาจจะไม่รวมภาษีโรงเรือนด้วย (council tax) Central heating = เป็น heater แบบใช้แก๊สซึ่งจะฝั่งท่อส่งมาตามบ้านค่ะ รูปแบบของห้องพัก Bedsit = เป็นห้องเดี่ยวในบ้านหรือแฟลตหลังนั้น ผู้เช่าจะต้องแชร์ครัวกับห้องน้ำร่วมกับเจ้าของบ้าน หรือในบางกรณี อาจจะมีครัวเล็กๆหรือห้องน้ำส่วนตัวให้ En-suite = ห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว Db = Double bed ห้องจะมีขนาดใหญ่กว่าห้อง Single bed และโดยมากเตียงจะเป็น double bed queen size ถ้าเป็นห้องที่สามารถใส่เตียงขนาด king size ได้ราคาก็จะสูงขึ้นค่ะ Studio = เป็นห้องเดี่ยวที่มีครบทุกอย่าง ทั้งส่วนของครัว ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นที่เป็นทั้งห้องนอนด้วย 1 bedroom flat = flat 1 ห้องนอน คือมีห้องนั่งเล่นและห้องนอนแยกกัน ในส่วนของห้องนั่งเล่นอาจจะเป็นแบบรวมพื้นที่ทำครัวไปด้วย หรือ ห้องนั่งเล่นกับครัวอาจจะแยกส่วนกัน ทั้งนี้เราจะรู้ได้ด้วยการระบุว่าเป็น open planหรือไม่ Open plan kitchen = ห้องครัวกับห้องนั่งเล่นอยู่ในส่วนเดียวกัน ไม่แยกห้องหรือกั้น partition House share / Flatshare =ร่วมแชร์บ้านกับคนอื่น เป็นห้องนอนส่วนตัว แต่ต้องแชร์ครัว ห้องนั่งเล่น และห้องน้ำคล้ายๆกับ Bedsits. Maisonette = แฟลตที่มีชั้นลอยและบันไดในตัว หรือมี 2 ชั้น Semi-detached house = บ้านแฝด Attached house = บ้านติดกันลักษณะคล้ายทาวน์เฮ้าส์ Detached house = บ้านเดี่ยว การคำนวนราคาค่าเช่าต่อเดือน ผู้เขียนเคยเข้าใจผิดสมัยไปเรียนที่โน่นใหม่ๆว่า ก็แค่เอาราคาต่อสัปดาห์ x4 เข้าไปก็จะได้รายเดือน ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องค่ะ เพราะใน 1 ปีมี 52 สัปดาห์ หารเป็น 12 เดือนจะทำให้มีบางเดือนเป็น 5 สัปดาห์ค่ะ ดังนั้นหากคุณพบประกาศโฆษณาแสดงราคาต่อสัปดาห์ แต่อยากจะทราบราคารายเดือน มีวิธีคำนวนเป็นรายเดือนง่ายๆดังนี้ค่ะ สมมติว่าที่ลงประกาศราคา £130 สัปดาห์ จะต้องเอาราคาต่อสัปดาห์คูณด้วย 52สัปดาห์ แล้วหารด้วย 12 เดือน ถึงจะได้ค่าเช่าต่อเดือนที่ถูกต้องค่ะ ตัวอย่าง (£130 x 52) = £6,760 / 12 = £563.33 ต่อเดือน หรือประมาณ £564 ต่อเดือนค่ะ ขั้นตอนการหาบ้านเช่าและการเซ็นสัญญา
  1. เมื่อเจอบ้านที่ต้องการแล้ว ให้ทำการติดต่อนัดหมายเพื่อเยี่ยมชมบ้าน ผู้เขียนแนะนำให้รีบติดต่อ landlord หรือ agent ในช่วงเช้าของแต่ละวัน เพราะเราจะได้เป็นคิวนัดแรกๆ ซึ่งถ้าเจอบ้านที่ถูกใจเราก็มีสิทธิ์ตัดสินใจได้ก่อนเราอาจะทำการนัดเพื่อดูบ้านหลายๆหลังในวันเดียวกันได้ จะได้มีตัวเลือกในการตัดสินใจ
  2. ควรไปตามเวลาที่นัดหมายไว้ และควรไปให้ตรงต่อเวลาและควรมีเพื่อนไปด้วยโดยเฉพาะผู้หญิง ในบางกรณี agent หรือ landlord จะนัดผู้สนใจมาในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน หากคุณสนใจใน property นั้นๆควรแจ้งทันที บางกรณีถ้าคุณไปเป็นคิวแรกๆคุณก็มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจได้ก่อน
  3. เมื่อตอบตกลงกับทาง agent หรือ landlord แล้ว อาจจะต้องมีการวางมัดจำเพื่อจองแฟลตหรือบ้านนั้นไว้ โดยมากจะอยู่ที่ประมาณ £150-£250เพื่อที่ landlord หรือ agent จะหยุดประกาศให้เช่าแฟลตหลังนั้น และทำการนัดหมายวันเซ็นสัญญาและส่งมอบบ้าน
  4. มัดจำนี้จะหักลบออกจากค่าเช่าหรือมัดจำบ้านเช่าในวันที่่เราเซ็นสัญญาพร้อมจ่ายค่าเช่ากับเงินประกันในกรณีที่เราเปลี่ยนใจไม่เอาแฟลตหรือบ้านที่เราจองไว้ ทาง agent หรือ landlord จะยึดมัดจำหรือ holding deposit นี้ไปถือเป็นค่าเสียเวลาและค่าดำเนินการ
  5. ในกรณีที่เจอคำถามแปลกๆ เช่น agent หรือ landlord ต้องการผู้ค้ำประกันที่เป็นชาวอังกฤษ และเราไม่มีใครที่รู้จักเป็นคนอังกฤษเลย ให้ลองสอบถามดูว่าเราสามารถให้ผู้ปกครองที่เมืองไทยเป็นผู้ค้ำประกันได้หรือไม่ ในบางกรณีทาง agent หรือ landlord อาจจะแก้ปัญหาด้วยการให้เราชำระเงินค่าเช่าล่วงหน้า 3-4 เดือน
  6. ก่อนการเซ็นสัญญาควรอ่านทวนเงื่อนไขต่างๆให้ถี่ถ้วน
  7. วันที่ย้ายเข้าวันแรกให้ถ่ายรูปแฟลตหรือบ้านตรงจุดไหนที่มีตำหนิหรือชำรุด ให้ถ่ายรูปและจดรายการชำรุดเก็บไว้สำหรับป้องกันการหักเงินประกันเมื่อหมดสัญญา เฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนชำรุดให้รีบแจ้งเจ้าของบ้านหรือ agent ให้ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนให้
  8. ระยะเวลาสัญญาเช่า โดยมากสัญญาเช่าขั้นต่ำคือ 6เดือน - 1 ปี ถ้าน้อยกว่านั้นจะเป็นสัญญาที่เรียกว่า short term let contract
  9. สำหรับ short let contract ราคาค่าเช่าในฤดูร้อนและฤดูหนาวจะต่างกัน โดยฤดูหนาวจะถูกกว่าฤดูร้อน
  10. การสอบถามราคาให้สอบถามว่าราคารวมบิลหรือไม่รวมในบางกรณีอาจจะรวมCouncil Taxไปแล้วเพราะนักเรียนไทยจะได้รับการงดเว้น Council Tax ค่ะ เพราะเราเป็น full-time student ค่ะ
  11. ในฐานะที่เราเป็นนักเรียน full-time เราจะได้รับการงดเว้นภาษนี้ทั้งนี้นักเรียนต้องทำการแจ้งกับทาง agent หรือ ทางเขตของบ้านที่พักอาศัย ส่วนเอกสารที่เราต้องใช้เพื่อยื่นของดเว้นภาษี คือ Council Tax Certificate ซึ่งสามารถขอได้จากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันที่เราศึกษาอยู่ค่ะ
  12. สอบถามเจ้าบ้าน หรือ agent ด้วยว่า heater เราเป็นแบบไหน เป็นแบบไฟฟ้าหรือ เป็น gas ค่ะ
ส่วนเรื่องระยะเวลา โดยมากการเสาะหาบ้านเช่าหรือแฟลตจะอยู่ที่ประมาณ 2 - 4 สัปดาห์สาเหตุที่ใช้เวลาพอสมควรเพราะเราอาจจะเจออุปสรรคหรือปัญหาหยุมหยิมได้เช่น เจอบ้านที่ถูกใจแต่ landlord ไม่ให้นักเรียนเช่า (บางที่จะให้คนทำงานเช่าเท่านั้น) หรือ ชอบตัวบ้าน แต่เฟอร์นิเจอร์เก่าไปเราชอบบ้านแต่เพื่อนเราไม่ชอบอะไรอย่างนี้เป็นต้นค่ะ ดังนั้นหากเรารู้ว่าเราต้องไปหาบ้านเอง ควรจองที่พักระยะสั้น เช่น hostel, อพาร์ทเมนท์ให้เช่าระยะสั้นหรือ โรงแรมไว้ก่อน ทั้งนี้ไม่แนะนำให้ติดต่อเซ็นสัญญาต่างๆกับ agent หรือ landlord จากเมืองไทย โดยเฉพาะถ้าเรายังไม่เคยเห็นบ้านเช่าหลังนั้น เพราะเมื่อเดินทางไปถึงแล้วเราอาจจะอยากเปลี่ยนใจได้เมื่อบ้านจริงไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ ทางที่ดีแนะนำว่าให้เดินทางไปถึงที่อังกฤษก่อนแล้วค่อยทำการติดต่อ agent หรือ landlord เพื่อนัดหมายดูบ้านอีกทีค่ะ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ไว้ทำความเข้าใจเบื้องต้นในการหาบ้านเช่าด้วยตัวเองที่อังกฤษค่ะ หากมีรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมที่ผู้เขียนนึกออกแล้วจะนำมาใส่เพิ่มอีกทีนะคะ
Show your friends!

Replies

There aren't any comments yet